Nutra Asta
Nutra Asta SMEDDS system astaxanthin
ข้อมูลสินค้า
ชื่อผลิตภัณฑ์:นิวทรา แอสตา (Nutra Asta)
ขนาดบรรจุ:30 แคปซูล (30 capsules)
เลขที่ผลิตภัณฑ์:อย. 10-1-09860-5-0032
ประเภท: อาหาร (สบ.5/สบ.7)
ภายใต้การควบคุมของ:บริษัท จุฬาฟาร์เทค จำกัด โดย คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผลิตโดย :โรงงานเลิศสิงห์เภสัชกรรม 922 ซอยสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10260
จัดจำหน่ายโดย :บริษัท เอเชี่ยน นิวทราซูติคัล จำกัด 199/9 หมู่ 5 ถ.ติวานนท์ ต.บางกะดี อ.เมือง ปทุมธานี 12000 โทร. 02 251 8190
Ingredient (ส่วนประกอบสำคัญ)
• สารสกัดจากสารหร่ายฮีมาโตคอคคัส พลูวิเอลิส 60 มิลลิกรัม ให้แอสตาแซนธิน เท่ากับ 6 มิลลิกรัม
o Hematococcus pluvialis extract 60 mg (equivalent to 6 mg astaxanthin)
วิธีบริโภค
รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล (Take 1 capsule once daily)
วิธีเก็บรักษา
ควรเก็บในที่แห้งและเย็น ปราศจากแสงแดดและความชื้น
คำเตือน
อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่
ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
มีเลซิติน เลซิตินเป็นไขมันหลักชนิดฟอสโฟลิปิด ซึ่งมีฟอสฟาติดิลโคลีนเป็นส่วนประกอบหลักใน 1 แคปซูล มีเลซิติน 15 มก. ประกอบด้วยฟอสฟาติดิลโคลีน 5.25 มก.
สถานที่จัดจำหน่าย
เอเชี่ยน นิวทราซูติคัล จำกัด
Astaxanthin คืออะไร
แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารที่ทำให้เกิดสีแดงซึ่งสามารถสกัดได้จากธรรมชาติ ส่วนมากจะพบได้ตามสิ่งมีชีวิตในทะเลที่มีสีแดงหรือส้ม ตัวอย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ กุ้ง เปลือกปู และ Krill-Oil ฯลฯ หรือสามารถหาได้จากอาหารเสริมที่สกัดมาจากสาหร่ายสีแดง โดยเฉพาะสาหร่ายสีแดงสายพันธุ์ Hematococus Pluvialis ซึ่งเป็นแหล่งของแอสตาแซนธินที่บริสุทธิ์และเข้มข้นที่สุด จากการศึกษาต่าง ๆ พบว่าแอสตาแซนธินมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถชะลอการแก่ตัวของเซลล์ในร่างกายและยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย โดยโครงสร้างทางเคมีของแอสตาแซนธินประกอบไปด้วยส่วนที่เข้ากันได้กับน้ำและน้ำมันในโครงสร้างเดียวกัน จึงปกป้องในร่างกายได้อย่างครอบคลุม จากการศึกษาเปรียบเทียบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระกับสารชนิดอื่น ๆ พบว่าแอสตาแซนธินมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอี 500 เท่า และสูงกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า
ประโยชน์ของแอสตาแซนธินและสารสกัดเมล็ดองุ่นต่อสุขภาพ
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- แอสตาแซนธินมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากแอสตาแซนธินมีโครงสร้างเป็นสายที่ประกอบด้วยพันธะคู่สลับกับพันธะเดี่ยว (Conjugated Double Bonds) และสามารถวางตำแหน่งจากด้านนอกของเยื่อหุ้มเซลล์ (Phospholipid Membrane) แทรกผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งมีลักษณะเป็นไขมันที่จัดเรียงตัวเป็น 2 ชั้น (Lipid Bilayer) เข้าไปจนถึงภายในเซลล์ จึงทำให้สามารถปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ได้ทั้งภายในและภายนอก ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์จากอนุมูลอิสระ และยังมีฤทธิ์ส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ที่มีหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระของร่างกายด้วย
- ป้องกันการเสื่อมสภาพของผิว
- แอสตาแซนธินช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวหนังจากรังสียูวี คงความชุ่มชื้นของผิว ช่วยในเรื่องของความยืดหยุ่นของผิวและสุขภาพผิวดีขึ้น โดยมีงานวิจัยที่ระบุว่าฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของแอสตาแซนธิน สามารถยับยั้งการอักเสบของเซลล์ผิวหนังจากการได้รับแสงยูวี ลดการสร้างเมลานิน อีกทั้งยังมีการศึกษาทางคลินิกที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานแอสตาแซนธินขนาด 6 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลานาน 6 สัปดาห์ สามารถลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น และเพิ่มความกระชับของผิว
- เพิ่มสมรรถนะในการออกกำลังกาย
- มีผลงานวิจัยกล่าวว่าการรับประทานแอสตาแซนธินเสริม จะช่วยเพิ่มสมรรถนะและความทนทานของนักปั่นจักรยานให้เข้าเส้นชัยได้เร็วขึ้น สามารถลดความเสียหายของกล้ามเนื้อ และการอักเสบที่เกิดจากการออกกำลังกาย ช่วยลดปริมาณกรดแลคติกที่เป็นสาเหตุของความเหนื่อยล้า และยังเพิ่มการนำไขมันในร่างกายมาใช้เป็นพลังงาน
- ส่งเสริมสุขภาพตา
- ส่งเสริมการทำงานของจอประสาทตา เพิ่มความแม่นยำของดวงตา โดยการรับประทานแอสตาแซนธินเสริมช่วยป้องกันการสูญเสียความสามารถในการมองเห็นจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้
- ช่วยในเรื่องเพิ่มความคงตัวของฟิล์มน้ำตา ซ่อมแซมเซลล์กระจกตาและเยื่อบุตา โดยแอสตาแซนธินสามารถเพิ่มความคงตัวของฟิล์มน้ำตาที่ทำให้ดวงตาชุ่มชื้น ช่วยซ่อมแซมเซลล์กระจกตาและผิวเยื่อบุตา อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงการทำงานของต่อมน้ำมันบริเวณขอบเปลือกตาที่สร้างน้ำมันมาเป็นฟิล์มชั้นนอกให้กับน้ำตาที่ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาแห้งเร็วเกินไป
- ลดความเสี่ยงของโรคทางด้านดวงตาหลายชนิด เช่น โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age-Related Macular Degeneration; AMD) ต้อกระจก ตาแห้ง นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการตาล้า ทำให้กล้ามเนื้อยึดเลนส์ผ่อนคลาย เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดฝอยที่จอประสาทตา ช่วยให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น
- ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดและต้านเบาหวาน
- แอสตาแซนธินมีผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยยับยั้งการเกิดออกซิเดชันของ Low-Density Lipoprotein Cholesterol (LDL-C) จึงอาจช่วยลดการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) และยังพบว่าการรับประทานแอสตาแซนธินขนาด 6 และ 12 มิลลิกรัมต่อวัน ทำให้ระดับ High-Density Lipoprotein Cholesterol (HDL-C) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การได้รับแอสตาแซนธินขนาด 12 และ 18 มิลลิกรัมต่อวัน ยังมีผลลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มระดับอะดิโพเนคทิน (Adiponectin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเมแทบอลิซึมของสารอาหาร มีความสำคัญในการเพิ่มความไวต่อฮอร์โมนอินซูลิน ต้านการอักเสบ การเจริญเติบโตของเซลล์ และการต้านการแข็งตัวของเลือด
ระบบ Self Micro-Emulsifying Drug Delivery System (SMEDDS)
ใน Nutra Asta
ถึงแอสตาแซนธินจะเป็นสารที่มีประโยชน์มากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในด้านการดูดซึม เนื่องมาจากคุณสมบัติด้านการละลายน้ำที่ต่ำ ทำให้สารไม่ละลายไปกับน้ำในทางเดินอาหาร ร่างกายจึงสามารถดูดซึมสารได้บางส่วนเท่านั้น เพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงได้มีการนำเทคนิค Self-Emulsifying Delivery System (SMEDDS) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม
Self Micro-Emulsifying Drug Delivery System (SMEDDS) คืออะไร
ระบบ SMEDDS หรือ Self Micro-Emulsifying Drug Delivery System เป็นระบบนำส่งยาที่นำมาใช้กับอาหารเสริมนี้ โดยผสมตัวยาเข้ากับน้ำมัน และสารก่ออิมัลชัน (Emulsifier) ทำให้แอสตาแซนธินจะแปลงสภาพเป็นอิมัลชันอย่างรวดเร็วเมื่อผสมกับของเหลวในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้สามารถละลายน้ำได้ จึงสามารถเดินทางไปยังจุดดูดซึมที่ลำไส้เล็ก เมื่อเข้าไปยังลำไส้เล็กสารก่ออิมัลชันก็จะถูกย่อยและปลดปล่อยแอสตาแซนธินถูกออกมา จากนั้นแอสตาแซนธินก็จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และระบบน้ำเหลืองได้อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์มากขึ้นนอกจากจะนำพาแอสตาแซนธินถูกไปยังจุดดูดซึมได้แล้วสารก่ออิมัลชันจะทำให้ผนังลำไส้อยู่ในสภาพที่ดูดซึมสารได้ดีขึ้นด้วย โดยระบบ SMEDDS นี้สามารถทำให้แอสตาแซนธินถูกดูดซึมผ่านทางเดินอาหารได้ถึงร้อยละ 90 ซึ่งดีกว่าในรูปแบบปกติกว่า 2 เท่า และดีกว่าในรูปแบบของผงแห้งถึง 10 เท่า