Nutra Krill
ข้อมูลสินค้า
ชื่อผลิตภัณฑ์: นิวทรา คริลล์ (Nutra Krill)
ขนาดบรรจุ: 30 แคปซูล (30 Capsules)
เลขที่ผลิตภัณฑ์: อย. 13-1-04667-6-0001
ประเภท: อาหาร (สบ.5/สบ.7)
ผู้ผลิต: Uni-Caps, LLC 540 West Lambert Road, Brea, California, United States of America
จัดจำหน่ายโดย: บริษัท เอเชี่ยน นิวทราซูติคัล จำกัด 199/9 หมู่ 5 ถ.ติวานนท์ ต.บางกะดี อ.เมือง ปทุมธานี 12000 โทร. 02 251 8190, 02 251 8471
Ingredient (ส่วนประกอบสำคัญ)
• น้ำมันคริลล์ 500 มิลลิกรัม
o Concentrated Krill Oil (Euphausia superba) 500 mg
วิธีบริโภค
รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล ไม่ต้องเคี้ยวก่อนกลืน
วิธีเก็บรักษา
ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ในที่แห้ง ไม่มีแสงแดด
คำเตือน
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
ผลิตภัณฑ์นี้มีสัตว์น้ำจำพวกเปลือกแข็งเป็นส่วนประกอบ This product contains crustaceans
สถานที่จัดจำหน่าย
เอเชี่ยน นิวทราซูติคัล จำกัด
ผลิตภัณฑ์ Nutra Krill
Nutra Krill ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันคริลล์ (Krill Oil) ที่เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) ที่มีประโยชน์ของร่างกาย โดยน้ำมันคริลล์เป็นน้ำมันสกัดจากตัวคริลล์ สัตว์ทะเลขนาดเล็กคล้ายกุ้ง อาศัยอยู่ในน้ำลึกแถบขั้วโลกใต้ โดยให้กรดไขมัน Omega-3 ในรูปแบบฟอสโฟไลปิด (Phospholipids) ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ค่อร่างกายอย่าง แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) และ โคลีน (Choline)
Nutra Krill เลือกใช้น้ำมันคริลล์คุณภาพสูง Superba2™ ที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยี Flexitech™ ซึ่งช่วยรักษาคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติได้อย่างครบถ้วน Nutra Krill จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสุขภาพได้อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการบำรุงหัวใจ สมอง ดวงตา ข้อต่อ และส่งเสริมการทำงานของร่างกายในระดับเซลล์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน
ส่วนประกอบของน้ำมันคริลล์
น้ำมันคริลล์สกัดจากธรรมชาติให้สารอาหารมากกว่ากรดไขมัน Omega-3 โดยมีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยส่งเสริมกันเพื่อบำรุงสุขภาพแบบองค์รวม ดังนี้
1. กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3)
น้ำมันคริลล์ให้กรดไขมัน Omega-3 ในรูปแบบ EPA (Eicosapentaenoic acid) และ DHA (Docosahexaenoic acid) ซึ่งเป็น กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย สำคัญต่อการดูแลหัวใจ สมอง ระบบประสาท ดวงตา โดยเฉพาะ DHA ที่เป็นส่วนประกอบหลักของเซลล์สมองและจอประสาทตา และ EPA ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและมีส่วนช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด
2. ฟอสโฟไลปิด (Phospholipids)
Phospholipids ที่พบในน้ำมันคริลล์มีความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ เนื่องจากเป็นโครงสร้างไขมันที่ใกล้เคียงกับเยื่อหุ้มเซลล์ของมนุษย์ (Cell Membrane) จึงสามารถพา Omega-3 เข้าสู่เซลล์ และช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
3. โคลีน (Choline)
Choline เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยในการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท มีบทบาทต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของไขมันในร่างกาย การทำงานของตับ และการทำงานของกล้ามเนื้อ
4. แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)
สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่มีสีแดง ถูกขนานนามว่าเป็น “King of Antioxidant” เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก มีส่วนสำคัญในการช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ และช่วยเพิ่มความคงตัวของน้ำมันคริลล์
ประโยชน์ของต่อสุขภาพอ้างอิงจากหลักฐานงานวิจัย
น้ำมันคริลล์เป็นแหล่งสารอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อร่างกาย โดยประกอบด้วยกรดไขมัน Omega-3 ชนิด EPA และ DHA ในรูปแบบ ฟอสโฟไลปิด (Phospholipids) ซึ่งช่วยให้ดูดซึมได้ดีและนำไปใช้ในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติอย่าง Astaxanthin และสารอาหารสำคัญอย่าง Choline ที่มีบทบาทสนับสนุนการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
จากงานวิจัยทางคลินิกจำนวนมาก ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของน้ำมันคริลล์ในการดูแลสุขภาพต่อหลายระบบของร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง ข้อต่อ ไปจนถึงผิวหนัง และตับ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
กรดไขมัน Omega-3 จากน้ำมันคริลล์ โดยเฉพาะ EPA และ DHA มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โดยมีส่วนช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) และ Low-density Lipoprotein (LDL) อีกทั้งยังมีผลต่อหลอดเลือดโดยช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดและลดการแข็งตัวของเลือด รวมไปถึงช่วยลดระดับสารก่อการอักเสบอย่าง C-reactive protein (CRP) ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบในระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยเพิ่มระดับไขมัน High-density Lipoprotein (HDL) ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมสมดุลของไขมันในร่างกาย
อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สำคัญคือค่า Omega-3 Index ซึ่งสะท้อนปริมาณ Omega-3 ในเยื่อหุ้มเม็ดเลือดแดง โดยการได้รับ Omega-3 อย่างเพียงพอสามารถช่วยเพิ่มค่าดังกล่าว และสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นแล้ว Omega-3 จากน้ำมันคริลล์จึงถือเป็นสารอาหารที่มีคุณค่าในการส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลายประการ ดีต่อสุขภาพในระยะยาว
2. ส่งเสริมสุขภาพของระบบประสาทและการทำงานของสมอง
DHA เป็นกรดไขมัน Omega-3 ชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อสุขภาพของระบบประสาทและสมองอย่างมาก โดย DHA เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์สมองและจำเป็นต่อการสื่อสารของเซลล์ในระบบประสาท อีกทั้ง Phospholipids ที่เป็นส่วนประกอบของน้ำมันคริลล์มีส่วนสำคัญต่อสมองเช่นกัน พบได้มากบริเวณเซลล์ประสาทที่เกิดการไซแนปส์ (Synapse) ของสมอง มีสัดส่วนประมาณ 60% ของน้ำหนักสมอง และยังมีบทบาทเฉพาะโดยเป็นตัวช่วยพา DHA นำเข้าสู่สมองผ่าน Transporter Mfsd2a ซึ่งเป็นช่องทางที่ยอมให้ Omega-3 รูปแบบ Phospholipids ผ่านเข้าสู่สมองเท่านั้น นอกจากนี้ Choline ยังเป็นสารอาหารจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารสื่อประสาท Acetylcholine ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมความจำ การเรียนรู้ และการทำงานของระบบประสาทโดยรวม ดังนั้น การได้รับสารสำคัญเหล่านี้จาก Krill Oil จึงมีส่วนช่วยในการส่งเสริมการทำงานของสมองและระบบประสาทอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในช่วงวัยที่ต้องการการดูแลด้านความจำและสมรรถภาพทางสมองเป็นพิเศษ
3. ส่งเสริมสุขภาพข้อต่อ
จากหลักฐานงานวิจัย พบว่า Krill Oil ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดย Omega-3 ได้แก่ EPA และ DHA มีส่วนช่วยลดอาการอักเสบบริเวณข้อ จากการศึกษาทางคลินิกพบว่า Krill Oil มีส่วนช่วยลดอาการปวดข้อในระดับ Mild-Moderate, ความฝืดของข้อต่อ และเพิ่มสมรรถนะการเคลื่อนไหวของข้อต่อได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ Krill Oil เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการดูแลข้อต่อ เนื่องจากมีการศึกษาทางคลินิกสนับสนุนถึงประสิทธิภาพในการช่วยลดการอักเสบของข้อต่อและบรรเทาอาการปวดได้อย่างชัดเจน
4. ส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกาย
Krill Oil มีบทบาทในการสนับสนุนสมรรถภาพทางกายและการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ จากการศึกษาพบว่า การเสริม Krill Oil ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและขา รวมถึงเพิ่มความหนาของกล้ามเนื้อต้นขาได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทกล้ามเนื้อ และช่วยลดกระบวนการอักเสบและความเครียดออกซิเดชันที่เกิดขึ้นหลังการออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับโคลีนในเลือด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการฟื้นตัวของร่างกาย ทำให้ Krill Oil เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
5. ส่งเสริมสุขภาพตับ
Krill Oil มีคุณสมบัติช่วยดูแลสุขภาพตับ เนื่องจากมีส่วนช่วยลดไขมันพอกตับ และลดการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับภาวะทาง Metabolism ที่ผิดปกติ จากการศึกษาพบว่า Krill Oil มีส่วนช่วยลดปริมาณไขมันในตับ นอกจากนี้ Choline ยังมีบทบาทในการสร้าง Very Low-density Lipoproteins (VLDL) ซึ่งมีบทบาทในการขนส่งไขมันออกจากตับ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไขมันพอกตับได้ และส่งเสริมกระบวนการเผาไขมัน Krill Oil จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการดูแลสุขภาพตับ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงไขมันพอกตับ
6. สุขภาพดวงตา
DHA เป็นกรดไขมัน Omega-3 ชนิดหนึ่งที่พบได้มากในจอประสาทตา (Retina) ซึ่งมีความสำคัญต่อการมองเห็น และนอกจากนี้ Choline และ Astaxanthin ก็มีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพดวงตาเช่นกัน โดย Choline มีบทบาทในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์และสารสื่อประสาท Acetylcholine ที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณจากตาไปยังสมอง ขณะที่ Astaxanthin ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ดวงตาจากอนุมูลอิสระ
นอกจากนี้การศึกษาทางคลินิกพบว่า Krill Oil มีส่วนช่วยลดอาการตาแห้ง เพิ่มความคงตัวของน้ำตา และลดระดับสารก่อการอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ Krill Oil จึงถือเป็นสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการมองเห็นและสุขภาพดวงตาในระยะยาว
7. ส่งเสริมสุขภาพผิว
Krill Oil มีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพผิว โดยลดการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนัง จึงมีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้ผิวคงความยืดหยุ่นและลดปริมาณริ้วรอย ด้วยองค์ประกอบของโอเมก้า-3 ในรูปฟอสโฟไลปิดและ Astaxanthin ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากความเครียดจากมลภาวะและแสงแดด ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
8. ส่งเสริมสุขภาพเพศหญิง
Krill Oil มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) ของเพศหญิง จากการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่รับประทาน Krill Oil มีอาการก่อนมีประจำเดือนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ อาการเจ็บหน้าอก ปวดข้อ อารมณ์แปรปรวน ความเครียด และภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ Krill Oil ยังมีส่วนช่วยปรับสมดุลของอัตราส่วน Omega-6 ต่อ Omega-3 ซึ่งช่วยลดการอักเสบที่สัมพันธ์กับอาการก่อนมีประจำเดือน ทำให้ Krill Oil เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้หญิงที่ต้องการดูแลสุขภาพในรอบเดือน
จุดเด่นของน้ำมันคริลล์
น้ำมันคริลล์เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ด้วยคุณสมบัติพิเศษหลายประการทำให้น้ำมันคริลล์เป็นทางเลือกในการบริโภคโอเมก้า-3 ที่ไม่ควรมองข้าม โดยสามารถสรุปจุดเด่นของน้ำมันคริลล์ได้ดังนี้
1. องค์ประกอบทางโภชนาการ
น้ำมันคริลล์ไม่ได้มีส่วนประกอบเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า-3 (ชนิด EPA และ DHA) เพียงเท่านั้น แต่ยังมีสารอาหารเสริมที่พบตามธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ โคลีน (Choline) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบประสาทและตับ และแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องกรดไขมันไม่ให้ถูกออกซิไดซ์
2. รูปแบบของกรดไขมันและการดูดซึม (Bioavailability)
กรดไขมันโอเมก้า-3 ในน้ำมันคริลล์อยู่ในรูปของ ฟอสโฟไลปิด (Phospholipid-bound) ซึ่งจากการศึกษาหลายฉบับพบว่าโอเมก้า-3 ในรูปแบบ Phospholipids มีอัตราการการดูดซึมจากทางเดินอาหาร (Bioavailability) ที่ดีกว่า โอเมก้า-3 รูปแบบอื่น เนื่องจากโครงสร้าง Phospholipids สามารถดูดซึมผ่านผนังลำไส้ได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งการย่อยด้วยน้ำดี ทำให้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า และนอกจากนี้สามารถดูดซึมเข้าสู่เยื่อหุ้มเซลล์ได้ดีกว่า
3. วิธีการรับประทาน
น้ำมันคริลล์ไม่จำเป็นต้องอาศัยน้ำดีในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงสามารถรับประทานน้ำมันคริลล์ได้ทั้งขณะท้องว่าง หรือหลังมื้ออาหาร โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารไขมันสูง
4. ผลข้างเคียงในระบบทางเดินอาหาร
จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่บริโภคน้ำมันคริลล์มีรายงานการเกิดอาการเรอที่มีกลิ่นคาว (Burps) ในอัตราที่ต่ำ
น้ำมันคริลล์ Superba2™
Superba2™ คือน้ำมันคริลล์คุณภาพสูงที่พัฒนาโดยบริษัท Aker BioMarine จากประเทศนอร์เวย์ ผู้นำระดับโลกด้านการวิจัยและผลิตน้ำมันคริลล์จาก คริลล์แอนตาร์กติก (Antarctic Krill) ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งโอเมก้า-3 ที่บริสุทธิ์และยั่งยืนที่สุดของโลก จุดเด่นของ Superba2™ คือการใช้เทคโนโลยีเฉพาะที่เรียกว่า Eco-Harvesting™ ในการจับคริลล์ ซึ่งช่วยลดการสูญเสียสารอาหารและป้องกันการเกิดออกซิเดชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถคงความสด ความบริสุทธิ์ และคุณค่าของสารออกฤทธิ์ตามธรรมชาติ เช่น EPA, DHA, Astaxanthin และ Choline ได้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ Superba2™ ยังผ่านกระบวนการสกัดด้วยเทคโนโลยี Flexitech™ ซึ่งเป็นระบบการสกัดแบบไม่ใช้ตัวทำละลาย (Solvent-free) ที่ช่วยกำจัดสารไม่พึงประสงค์ เช่น กรดไขมันอิสระ กลิ่นคาว หรือสีที่ไม่เสถียร โดยไม่ทำลายคุณค่าของสารอาหาร ส่งผลให้น้ำมันคริลล์จาก Superba2™ มีความบริสุทธิ์สูง และมีความคงตัวที่เหนือกว่าน้ำมันคริลล์ทั่วไป